Search-form

Welcome to Info Variety ~ The pleasure of life's variety

สีชมพูช่วยให้ผ่อนคลาย มีความสุข และมีความคิดสร้างสรรค์

Welcome to Info Variety ~ The pleasure of life's variety

ไวน์แดงช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ

Welcome to Info Variety ~ The pleasure of life's variety

คนที่ว่ายน้ำไม่เป็นสามารถดำน้ำลึกได้ หากไม่กลัวน้ำ

Welcome to Info Variety ~ The pleasure of life's variety

ช็อคโกแลตอุดมไปด้วยสารเซโรโทนินและเอ็นดอร์ฟินที่ทำให้สบายใจ สดชื่น และมีความสุข

Welcome to Info Variety ~ The pleasure of life's variety

กาแฟร้อนไม่ใส่น้ำตาลและนม ช่วยแก้อาการเมาค้าง

Welcome to Info Variety ~ The pleasure of life's variety

ผัก ปลา และผลิตภัณฑ์จากนม ช่วยบำรุงให้ผมสวย

เคล็ดลับทาลิปสติกสีเข้มให้สวย

เคล็ดลับทาลิปสติกสีเข้มให้สวย

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม


          หากจะพูดถึงการทาลิปสติกสีเข้มแล้ว เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนคงต้องส่ายหน้าไปตาม ๆ กัน เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า การทาลิปสติกสีเข้มนั้น จะทำให้สาว ๆ ดูแก่ขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ แถมยังเลอะเปรอะเปื้อนได้ง่าย และเห็นได้ชัดเจนอีกด้วย

          แต่ในยุคที่แฟชั่นวินเทจกำลังระบาดเมืองอยู่ในทุกวันนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสาว ๆ หลายคนต้องนำเทรนด์ลิปสติกสีเข้มกลับมาใช้กันอีกครั้ง เนื่องจากการใช้ลิปสติกสีเข้มนั้นดูจะเหมาะกับการแต่งตัวแนววินเทจที่สุด แต่เอ? ถ้าอยากทาลิปสติกสีเข้มให้เข้ากับชุด แต่ไม่อยากดูแก่ และอยากให้ลิปสติกติดทนนาน จะมีเคล็ดลับในการทาลิปสติกอย่างไรบ้างนะ วันนี้ กระปุกดอทคอมมีเคล็ดลับดี ๆ มาแนะนำแล้วค่ะ ว่าแล้วก็ไปติดตามพร้อม ๆ กันเลย

  1. เลือกสีลิปสติกที่เข้ากับสีผิวตัวเองที่สุด อย่างคนผิวขาว ควรเลือกใช้ลิปสติกสีแดงเข้ม ผิวแทนค่อนไปทางขาวหรือผิวแทน ควรใช้ลิปสติกสีแดงเลือดนกหรือเลือดหมู คนผิวคล้ำควรเลือกใช้ลิปสติกสีน้ำตาลแบบไม่เข้มมาก

  2. ก่อนทาลิปสติก ควรใช้แปรงสีฟันขัดริมฝีปากเบา ๆ เพื่อให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดลอกออก ปากจะได้ไม่เป็นขุยค่ะ

  3. ใช้รองพื้นทาให้ทั่วริมฝีปาก จนดูกลมกลืนเป็นสีเดียวกันกับผิว

  4. ใช้ดินสอเขียนขอบปากวาดไปตามขอบปาก เพื่อกำหนดขอบเขตของการทาลิปสติกค่ะ

  5. ลงสีลิปติกให้ทั่วริมฝีปาก จากนั้นเม้มปากกับกระดาษทิชชู แล้วทาลิปสติกอีกครั้ง เพื่อให้สีติดทนนาน

  6. เพิ่มความสดใสและเปล่งประกาย ด้วยลิปกลอส ซึ่งการใช้ลิปกลอสจะทำให้ปากดูชุ่มชื้นและทำให้คุณไม่ดูแก่ได้ค่ะ

  7. ลิปสติกสีเข้ม จะดูเข้ากันดีกับการแต่งหน้าแบบเน้นให้ดวงตาคมเข้ม (ที่ไม่ใช่สโมคกี้อายนะคะ) และแก้มสีนู้ดเปลือยเปล่า หรืออีกสไตล์หนึ่งคือ เน้นให้ปากเด่นด้วยลิปสติกสีเข้ม ขณะที่ดวงตาปัดมาสคาราและอายไลเนอร์เพียงเล็กน้อย และแก้มสีธรรมชาติค่ะ

4 วิธีดูแลความงาม ด้วยเกลือป่น

คุณอาจคาดไม่ถึงว่าเกลือที่คุณใช้ปรุงอาหารอยู่ทุกวันนั้น ก็สามารถช่วยดูแลความงามให้คุณได้ด้วย ยังไงน่ะเหรอ? นี่คือรายละเอียด

ช่วยทำให้ผิวนุ่มขึ้น
เกลือนอกจากจะทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึกและเป็นตัวต่อต้านเชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติแล้ว ยังช่วยขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไปได้ด้วย โดยใช้เกลือผงประมาณหนึ่งกำมือนวดเบาๆ เป็นแนววงกลมลงบนผิว แล้วล้างน้ำออก

ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้เส้นผม
คุณอาจสังเกตเห็นว่าเวลาไปเที่ยวทะเลแล้วเส้นผมมักจะอยู่ทรงสวย นั่นก็เพราะเกลือในน้ำทะเลจับตัวอยู่บนเส้นผม ทำให้เส้นผมมีน้ำหนักและอยู่ทรงได้ คุณสามารถมีผมสวยอย่างนั้นโดยไม่ต้องลงทะเลได้ โดยผสมเกลือผงหนึ่งช้อนโต๊ะเข้ากับน้ำสะอาดหนึ่งถ้วย คนให้เข้ากันแล้วเทลงในขวดสเปรย์ จากนั้นก็ฉีดลงบนเส้นผมในขณะแต่ทรง แล้วปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ

ขจัดความมันเยิ้ม
ในการทำให้ผิวที่เป็นมันเยิ้มดูไม่เป็นเงา รวมทั้งทำให้ทุกสภาพผิวดูมีชีวิตชีวาขึ้นนั้น ก็ผสมเกลือครึ่งช้อนชาเข้ากับคลีนเซอร์ที่คุณใช้ล้างหน้าตามปกติ จากนั้นก็นวดลงบนผิวหน้าแล้วล้างออกด้วยน้ำให้สะอาด

ทำความสะอาดล้ำลึก
คุณสามารถทำความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึก ด้วยการผสมแครอทสับละเอียด ¼ ถ้วย เกลือผง ½ ช้อนชา และมายองเนส 1 ½ ช้อนชา แล้วตีให้เข้ากัน จากนั้น นำมาทาลงบนใบหน้าที่ยังชื้นๆ อยู่ ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างน้ำออก

ขอบคุณ Lisa


สวยใสซ่า...ท้าซัมเมอร์



Beauty Booster เรื่อง : พรรณิภา จำปาดง

           โบกมือลาหน้าหนาวอันแสนสั้น แล้วเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อรับมือกับไอแดดร้อน ๆ ของซัมเมอร์ที่เริ่มมาเยือนกันได้แล้ว สารพัดปัญหาเรื่องผม หน้า ผิว ที่ทุกคนแอบขยาดของเดือนเมษายนค่อย ๆ กลับมาสร้างความปวดใจอีกครั้ง ดังนั้นคุณจึงต้องดูแลกันให้ดีทั้งในเรื่องของผิวพรรณและเส้นผม เพราะหากไม่ระแวดระวังเสียตั้งแต่ตอนนี้ ปัญหาผิวคงรีบตามมาเยือนถึงหน้าบ้าน

           สำหรับการดูแลความสวยความงามในช่วงซัมเมอร์นี้ คุณ ๆ อย่าได้ลำเอียงใส่ใจเพียงแค่ผิวหน้า เพราะอย่าลืมว่า ผิวกายและเส้นผมก็เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ซึ่งจะทำให้คุณดูดีอยู่ตลอดเวลา และหากยังไม่มั่นใจในเทคนิคตั้งรับแดดแรง ๆ เอาเป็นว่าเรามีวิธีช่วยให้คุณได้เกิดในร้อนนี้อย่างแน่นอน

ทริคง่าย ๆ เพื่อผิวสวย

            ผิวหน้าและผิวกาย ควรได้รับการดูแลที่แตกต่างกัน เพราะใบหน้าเป็นผิวที่ค่อนข้างบอบบางและแพ้ง่าย แต่จั่วหัวมาแบบนี้ ก็ใช่ว่าผิวกายจะอึดรับได้ทุกสภาพ เพราะแสงแดดของฤดูร้อนจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากกว่าปกติ ผิวจึงไม่ชุ่มชื้น เกิดริ้วรอยได้ง่าย ดังนั้นคุณจึงต้องดูแลอยู่เสมอ

            พยายามไม่ออกไปทักทายดวงอาทิตย์ในช่วง 10:00-16:00 น. นะจ๊ะ เพราะเป็นเวลาหากินของรังสีจากดวงอาทิตย์ที่จะร้อนแรงที่สุดของวัน แต่สำหรับช่วงเวลาอื่น ๆ คุณก็สามารถออกมายิ้มรับวิตามินดีจากดวงอาทิตย์ได้ เพื่อช่วยให้ผิวเรียบเนียนและชุ่มชื้น

            ใช้ครีมกันแดดเป็นปะจำ แม้ว่าในครีมทาผิวจะมี SPF อยู่แล้ว แต่คุณก็ควรใช้ครีมกันแดดซ้ำอีกครั้ง และถ้าจะลงสระว่ายน้ำก็ควรใช้ชนิดกันน้ำ และอย่าลืมทาลิปบาล์มกันแดด เพราะริมฝีปากหากโดนแดดบ่อย ๆ ก็มีสิทธิ์คล้ำเสียได้

            คิดให้ดีเกี่ยวกับเสื้อผ้าที่คุณกำลังสวมใส่ หากเป็นผ้าฝ้ายจะช่วยป้องกันผิวของคุณไม่ให้ถูกแดดเผาได้ดี 

            จะไปไหนมาไหนในช่วงหน้าร้อน ไอเทมฮอตๆ อย่างแว่นตากันแดด หมวกปีกกว้าง ครีมกันแดด หรือ ร่ม ขอให้พกติดตัวไปด้วยทุกที่ เพราะแสงแดดไม่เพียงทำให้รู้สึกร้อน แต่ยังสร้างความเสียหายให้กับผิวพรรณได้อีกด้วย

            หมั่นสครับผิวสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และพยายามเลือกใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมของน้ำ

            น้ำมันตับปลา ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในช่วงหน้าร้อน เพราะเจ้านี่ช่างเปี่ยมไปด้วย วิตามินดี ที่กินแล้วรับรองว่าผิวสวยปิ๊ง

            ใส่ใจกับเรื่องของอาหารการกินให้มากๆ เช่น รับประทานอาหารที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างผัก ผลไม้ ที่มีสีสันสดใส หรือจะเสริมความสวยด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลุ่มไวตามิน หรือสารสกัดธรรมชาติกลุ่ม anti oxidant เนื่องจากผิวนั้นเป็นภาพสะท้อนของสิ่งที่คุณกิน

นานาวิธีรับมือปัญหาผิวหน้าร้อน

           แม้จะดูแลผิวเป็นอย่างดีแล้ว แต่เชื่อเราเถอะว่า แสงแดดในยามพระอาทิตย์อยู่ตรงหัวก็ยังบังอาจมาทำร้ายผิวสวย ๆ ของเราได้ แต่งานนี้บอกได้คำเดียวว่า ไม่หวั่น! เพราะเรามีเทคนิคสบายๆ สไตล์สุขกายสบายใจมาให้คอยรับมือ

            ถ้าผิวพรรณของคุณถูกแสงแดดเผาไหม้ จนรู้สึกแสบ และเริ่มมีสีคล้ำลง ให้นำเนื้อว่านหางจระเข้ไปแช่ให้เย็น จากนั้นนำมาทาผิวบริเวณที่ผิวไหม้ ปล่อยไว้สักพักแล้วล้างออก จึงนวด และทาครีมหลังโดนแดด เพื่อป้องกันอาการแสบร้อนบริเวณผิวหนัง

            ช่วยป้องกันแรงเสียดทานและเพิ่มช่องว่างภายใน เมื่อแรงเสียดทานไม่ใช่ปัญหา คุณอาจต้องการที่จะอนุญาตให้ได้สัมผัสกับอากาศ

            หากคุณมีผื่นแดง ซึ่งอาจมาจากเหงื่อไคล เพราะอากาศที่ร้อนอบอ้าวหรือแสงแดดแผดเผา ให้ลองมองหาครีมอาบน้ำที่มีส่วนผสมของข้าวโอ๊ต หรือจะใช้ข้าวโอ๊ตดิบใส่ถุงผ้าแล้ว แช่ลงในอ่างน้ำ เพื่ออาบในตอนเย็น จะช่วยให้ผิวสะอาดและลดผื่นแดงหรืออาการคัน

ผมสวยท้าลมร้อน

           นอกจากดูแลผิวพรรณกันไปแล้ว ก็อย่าได้หลงลืมเรื่องของเส้นผมกันด้วย เพราะแสงแดดในฤดูร้อนที่นำทั้งความสว่างไสวและสวยงาม ก็สามารถนำพาอุณหภูมิร้อน ๆ และความชื้นที่จะสร้างความเสียหายให้กับหนังศีรษะ ส่งผลให้เส้นผมแห้งเสีย เปราะบาง ไร้น้ำหนัก แต่เรามีวิธีกู้ภัยง่าย ๆ ที่จะทำให้คุณมีผมสลวยตลอดซัมเมอร์นี้

1. แชมพูน้อยนึง

           ในช่วงหน้าร้อนนี้ ใช้ยาสระผมในปริมาณน้อยกว่าฤดูอื่น ๆ เพราะหนังศีรษะจะมีน้ำมันออกมาก การปล่อยให้เส้นผมดูดซับน้ำมันจากธรรมชาติ จะไม่ทำให้หนังศีรษะเหนียวเหนอะ นอกจากนี้ การเลือกยาสระผมสูตรอ่อนโยนแล้วล้างผมครั้งสุดท้ายด้วยน้ำเย็น จะช่วยลดความมันของหนังศีรษะ และทำให้เกล็ดผมปิดสนิท ลดความเสี่ยงจากผมแตกปลาย

2. เข้าใกล้ธรรมชาติ

           พอถึงช่วงซัมเมอร์ สาว ๆ หลายคนนิยมออกไปทำสีผมจัดจ้าน เพื่อเตรียมไปเฉิดฉายในช่วงวันหยุด ซึ่งกว่าจะสวยสมใจก็ต้องกัด ฟอก และทำสี จนเส้นผมขาดความชุ่มชื้น ไร้น้ำหนัก ดังนั้นคุณจึงควรอดใจเรื่องสี แล้วหันไปเน้นที่การบำรุงเส้นผมให้มีสุขภาพดี ก็เป็นอีกวิธีที่จะทำให้ผมสวยรับหน้าร้อน แต่ถ้าอดใจไม่ไหวจริง ๆ คุณก็สามารถป้องกันผม จากสารเคมีและแสงแดดได้ โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของธรรมชาติ และใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่เหมาะกับสภาพเส้นผมมากที่สุด

3. ตีโป่ง

           ความร้อนจะทำให้หนังศีรษะมีน้ำมันออกมาก สาว ๆ ที่มีปัญหาผมลีบแบนติดหนังหัว ก็คงจะเซ็งจนไม่อยากออกไปซ่า ซึ่งวิธีแก้ก็ไม่ยาก เพียงใช้ครีมนวดผมที่บริเวณปลายผมเพียงอย่างเดียว และเลือกแชมพูที่ช่วยให้ผมมีน้ำหนัก จัดทรงง่าย ส่วนเวลาเช็ดผมให้ก้มศีรษะแล้วใช้ผ้าขนหนูซับเบา ๆ และปล่อยให้ผมแห้งตามธรรมชาติ เพียงเท่านี้ผมคุณก็จะดูมีวอลลุ่มมากขึ้น

4. เลือกหมวกใบสวย

           หากต้องออกไปนอนอาบแดดบนเรือสำราญ หรือจะไปแช่น้ำในสระ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ เครื่องมือป้องกันแสงแดดอย่างหมวกใบเก๋ แต่ถ้าลืมหยิบหมวกติดมือมาด้วยจริง ๆ ใช้ผ้าขนหนูหรือเสื้อบาง ๆ มาคลุมศีรษะก็ได้ แล้วอย่าลืมเลือกหมวกที่ไม่คับจนเกินไป เพื่อให้เลือดได้ไหลเวียนได้ดี เพราะถ้าฟิตปั๋งจนเกินงาม จะทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี อากาศถ่ายเทไม่สะดวก และนั่นจะสร้างปัญหาให้กับเส้นผมอย่างแน่นอน

5. น้ำดื่มช่วยได้

           แสงแดดจะทำให้ร่างกายเสียน้ำระหว่างวันในปริมาณมากกว่าปกติ คุณจึงควรดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อคืนความชุ่มชื้นให้กับเส้นผม และผิวพรรณ และอย่าลืมใช้น้ำรดผมให้เปียกก่อนลงสระว่ายน้ำ หรือทะเล เพื่อไม่ให้ความเค็มหรือคลอรีนทำร้ายเส้นผม แค่ทำตามวิธีง่าย ๆ ที่เรานำมาฝากนี้ แม้อากาศจะร้อนสักแค่ไหน คุณก็ไม่ต้องหวั่นว่า แสงแดดจ้า ๆ จะสร้างปัญหาให้กับใบหน้า ผิวพรรณ และเส้นผมได้อีกแล้ว

15 คำทำนายลักษณะคิ้ว


ไหนหยิบกระจกมาส่องดูซิคะ ว่า “คิ้ว” ของคุณ มีลักษณะเป็นอย่างไร ดูเรียบร้อยแล้วก็มาทายใจกันเลย

1. บุคคลใดที่มีลักษณะขนคิ้วเรียบเสมอต้นเสมอปลาย และไม่หนาบางกว่ากันทั้งสองข้าง 

เป็นเครื่องหมายแสดงว่า เป็นคนมีสติปัญญาดี ใจคอกว้างขวาง รักเกียรติยศชื่อเสียง มักใหญ่ใฝ่สูง ใจเร็ว อารมณ์ร้อน มีความรักไม่ค่อยแน่นอน

2. บุคคลใดที่มีลักษณะขนคิ้วมีบริเวณใหญ่ เส้นแข็งดกดำ 

เป็นเครื่องหมายของบุคคลที่พูดอย่างตรงไปตรงมา และมักหาเหตุผลมาประกอบให้เห็นจริงจัง ส่วนหัวใจที่แท้จริงนั้นไม่ค่อยจะตรงกับคำพูดนัก มักใช้ปัญญาพูดมากกว่าที่จะหลุดออกมาจากหัวใจอันแท้จริง มีความพยาบาทมาดร้าย กามารมณ์รุนแรง คิดคดทรยศ และใจเร็ว โมโหร้าย

         
3. บุคคลใดที่มีลักษณะขนคิ้วดำ ดำตอนกลางหรือตอนปลาย 

เป็นเครื่องหมายของคนที่ไม่ค่อยจะมีศีลธรรม มักหาเลี้ยงชีพในทางที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายบ้านเมือง หรือมิฉะนั้นจะเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูงทะเยอทะยาน อย่างชนิดที่เรียกว่า “ใฝ่สูงเกินศักดิ์” รักในทางนักเลง ชอบอำนาจอิทธิพล แต่มีปัญญาเฉลียวฉลาดดี มีความสามารถในทางหาเงินทอง แต่มักจะตายโดยไม่สู้จะปกตินัก มักจะตายด้วยเหตุบังเอิญหรือตายโหง

4. บุคคลใดที่มีลักษณะขนคิ้วดกดำตอนหัวคิ้ว 

เป็นเครื่องหมายของคนที่มีอัธยาศัยใจคอดี มีใจโอบอ้อมอารี มีความรักอันมั่นคงถาวร รักสงบและชอบมีความเป็นอยู่อย่างปกติ ไม่โลดโผน มีความซื่อสัตย์สุจริต สุขุมรอบคอบ รักศิลปะดนตรี มีความละเอียดประณีต รักสวยรักงาม ปากเก่งพูดคล่อง มีความมานะ อยู่อย่างสงบไม่โลดโผน เหมาะสมกับการเป็นครู แพทย์ และนักศิลปิน นักประพันธ์ หรือจิตรกร

5. บุคคลใดที่มีลักษณะขนคิ้วบริเวณใหญ่แต่บาง ขนไม่ดก

เป็นเครื่องหมายของคนที่มีความคิดสูง รักสงบ และเป็นผู้มีเมตตาปราณี สุภาพอ่อนน้อม ซื่อตรง รักความเจริญรุ่งเรืองในส่วนกลาง รักเกียรติยศและชื่อเสียงยิ่งกว่าชีวิตจิตใจ ยอมตายเพื่อหมู่คณะและประเทศชาติหรือผู้มีพระคุณ รักศิลปะวรรณคดีและมีศิลปะในทางช่าง เคร่งครัดในศาสนา และรักความเจริญในด้านวัฒนธรรมและความเป็นธรรม

6. บุคคลใดที่มีลักษณะขนคิ้วมีขนาดเล็กและบาง 

เป็นเครื่องหมายของคนที่ทำอะไรไม่แน่นอน มักเปลี่ยนความตั้งใจไปตามความผันแปรของอารมณ์ เป็นคนรักสวยรักงาม สนุกร่าเริง เจ้าระเบียบและรักศิลปะ ตลอดจนวรรณกรรม เป็นคนรักความสงบมากกว่าการตื่นเต้นโลดโผน โกรธง่ายใจร้อน กามารมณ์รุนแรง และมีความหึงหวงเป็นเจ้าเรือนของจิตใจ ปากหวานเจ้ามารยา

7. บุคคลใดที่มีลักษณะคิ้วที่หัวคิ้วสูงกว่าหางคิ้ว เรียกว่า คิ้วตงฉิน 

เป็นเครื่องหมายของบุคคลที่มีความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ สุจริต เฉลียวฉลาด สุขุมรอบคอบ เป็นคนพิถีพิถัน เจ้าระเบียบ มีความละเอียดถี่ถ้วน ใจร้อนฉุนเฉียว โกรธง่าย โทสะร้าย มีความมานะ พากเพียร

8. บุคคลใดที่มีลักษณะคิ้วตรง คือ หางคิ้วกับหัวคิ้วเป็นเส้นตรงไม่โค้งงอ 

เป็นเครื่องหมายแสดงว่า เป็นคนชอบใช้ความคิด เฉลียวฉลาด รักการเก็บตัว และปฏิบัติความเป็นไปให้ดีและเจริญขึ้น เบื่อหน่ายในสิ่งที่สนุกร่าเริงบันเทิงใจ รักความยุติธรรม ซื่อตรง รักความจริงใจ มีความรักที่แท้จริง เด็ดเดี่ยว ใจเย็น มีความเมตตากรุณา

9. บุคคลใดที่มีลักษณะคิ้วต่อ คือหัวคิ้วทั้งสองติดต่อกันประดุจเป็นเส้นเดียวกัน

เป็นเครื่องหมายแสดงว่าเป็นคนมีวาทศิลป์ไปในทางหยาบคาย ใจดำอำมหิต โกรธง่าย โทสะร้าย ใจน้อย มีความพยาบาทอาฆาต มีเล่ห์เหลี่ยมไหวพริบดี รักดนตรีและนาฏศิลป์ กามารมณ์รุนแรง กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว มีความลับลมคมนัย ไว้ใจยากอยู่สักหน่อย

10. บุคคลใดที่ลักษณะคิ้วถ่าง คือ หัวคิ้วทั้งสองห่างกันมาก 

เป็นเครื่องหมายของคนที่ไม่มีความลับกับใคร ชอบพูดอะไรตรงไปตรงมา ใจเร็ว จะคิดทำอะไรจะต้องทำให้ได้อย่างที่คิดไว้ คิดจะทำอะไรมักจะไม่ปิดบังผู้อื่น พูดจาอ่อนหวาน แต่บางครั้งก็ปากเก่ง เมื่อบันดาลโทสะจนอดกลั้นไว้ไม่อยู่ มักจะมีนิสัยขี้หึงริษยา กามารมณ์ร้อนแรง ถ้าเกิดความต้องการขึ้นทางจิตใจมักไม่ค่อยจะคิดถึงผลเสียหายภายหลัง

11. บุคคลใดที่มีลักษณะคิ้วโก่ง คือคิ้วที่มีส่วนคล้ายกับคันศร 

เป็นเครื่องหมายแสดงว่าคนผู้นั้นจะต้องมีนิสัยชอบอุดมคติมีศีลธรรม มารยาทอันดีงาม มีผู้ยกย่องนับถือ มีใจเอื้อเฟื้อ เมตตากรุณา ชอบช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากหรือญาติมิตร สติปัญญาปานกลาง ชอบความสนุกเฮฮานิยมในช่างศิลป์ รักความสงบ ชอบความยุติธรรม อาภัพในวาสนา แต่มีมานะความพยายามแรงกล้า ไม่ลืมบุญคุณคนง่าย มีไหวพริบทันเล่ห์เหลี่ยมคนอื่น มีความซื่อสัตย์ จงรักภักดี แต่มักมีคนคิดอิจฉาริษยา ชอบช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่คิดถึงผลเสียหายจะเกิดแก่ตัวเอง

         
12. บุคคลใดที่ลักษณะคิ้วโก่งยาว คือคิ้วที่โก่งมีส่วนยาวเหมือนส่วนโค้งของวงกลม

เป็นเครื่องหมายแสดงว่า คนผู้นั้นจะมีน้ำใจที่น่าสรรเสริญ มีน้ำใจกรุณา เห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีเสน่ห์ในตัวเอง เป็นที่ถูกตาถูกใจเพศตรงข้าม ชอบความรื่นเริง รักสวยรักงาม ขี้โอ่ ชอบสะอาด เจ้าชู้ เป็นคนทำงานได้ทุกๆ อย่าง แต่ชอบในทางค้าขาย รักเกียรติยศชื่อเสียง และเป็นผู้ทำให้ตระกูลของตัวเองรุ่งโรจน์ต่อไป

13. บุคคลใดที่มีลักษณะคิ้วกังฉิน คือ คิ้วที่มีหางคิ้วสูงกว่าหัวคิ้ว 

เป็นเครื่องหมายแสดงว่า คนผู้นั้นมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดไปในทางอธรรม เจ้าเล่ห์ลึกลับ ปากกับใจไม่ค่อยจะตรงกัน หรือที่เรียกว่าปากหวานใจขม ชอบวางตัวเหนือผู้อื่น มีความพอใจในเกมกีฬา รักอย่างร้อนแรง รักสวยรักงาม ขี้โอ่ ขี้เห่อ ชอบทะเยอทะยาน ใฝ่ฝันหวังในตำแหน่งหน้าที่ มีความสนใจหลายอย่างในเวลาเดียวกัน เป็นผู้ที่ขาดความเมตตาปราณี มีความทรยศหักหลัง อิจฉาอยู่ในใจ ทะนงตัวยกตัวว่าดีเด่นด้วยทางที่ผิด เชื่อคนง่าย ชอบยอ ไม่ชอบความจริง ถ้าคนอื่นโกหกมักจะเชื่อถือเป็นจริงจัง

14. บุคคลใดที่มีลักษณะคิ้วลอน คือ คิ้วที่เป็นลูกคลื่นหนาๆ บางๆ ไม่สม่ำเสมอ ใหญ่ๆ เล็กๆ เป็นตอนๆ

เป็นเครื่องหมายแสดงว่า คนผู้นั้น มีใจไม่ค่อยจะแน่นอน ไม่มีความเด็ดขาดอยู่ในตัวเอง ทำงานจับจด เบื่อหน่ายเร็ว รักง่ายหน่ายเร็ว ไม่มีความรักจริงจังกับใคร ชอบมีชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ แต่เป็นคนมีความอดทน บึกบึน มานะพยาบาทแรงกล้า ขาดความกรุณาในด้านศีลธรรม ไม่ยอมเสียเปรียบผู้อื่น แต่ชอบจะเอาเปรียบ จิตใจคล้ายกับคนคิ้วกังฉิน มักมากในกามารมณ์ บางทีก็จะดี แต่ในเวลาเดียวกันอารมณ์เปลี่ยนแปลงเป็นร้ายที่สุดก็ได้ ยากที่ผู้จะคบค้าสมาคมได้ยืดยาว

15. บุคคลใดที่มีลักษณะคิ้วโก่ง คือ คิ้วที่โก่งคล้ายดวงจันทร์ หางคิ้วต่อคิ้ว พอดีต่อหางตา
หรือจดระดับหางตา กลางใหญ่ปลายเล็ก 

เป็นเครื่องหมายแสดงว่าคนผู้นั้นมีเสน่ห์ในตัวเอง อัธยาศัยดี เยือกเย็น มีสติปัญญาดี มีปฏิภาณเฉียบแหลม มีนิสัยละมุนละไม มีคนรักใคร่นับถือ ชอบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ญาติมิตร มีความกตัญญู ซื่อสัตย์ สุจริต ชอบการสมาคมรื่นเริง รักความสวยงาม พูดจาก็อ่อนหวาน ใฝ่ฝันทะเยอทะยานหาเกียรติยศชื่อเสียง อนาคตภายหน้าจะเป็นผู้ที่มีความรุ่งโรจน์ในวิถีชีวิตของตัวเอง

นวดสลายเซลลูไลท์ ละลายไขมันสะสม

                    ตุ้ยนุ้ยจังเลย… จั้มมั่มได้อีก…
                    ไปทำคาง 2 ชั้นมาหรอจ๊ะคนสวย…
                    ท้องแขนนี่ห้อยได้อีกนะ…
                    แม่สาวขาหมู เดินทีเซลลูไลท์กระเพื่อม…
                    สะสมไขมันเป็นงานอดิเรกหรือไงจ๊ะ… 

          อูย… แต่ละประโยคนี่ช่างกัดกร่อนหัวใจสาวๆ ซะจริงจริ๊ง ก็แหม…ใครเล่าจะอยากถูกเรียกแบบนี้ (ว่ามั้ย) เพราะฉะนั้น วันนี้เราจะพาคุณสาวๆ ไปทำความรู้จักกับการ “นวดสลายเซลลูไลท์ ละลายไขมันสะสม” กัน ทีนี้ล่ะ ใครจะมาว่าฉันไม่สวยนะ ฉันไม่ยอมเด็ดขาด!!
          คุณสาวๆ รู้ไหมว่า… ตามปกติเซลล์ไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังจะถูกประคองด้วยเซลล์ร่างแหบางๆ (คล้ายตาข่าย) ที่เรียกว่า “เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน” ทำหน้าที่ยึดระหว่างผิวหนังกับกล้ามเนื้อ กั้นกลุ่มไขมันไว้เป็นช่องๆ แต่เมื่อเกิดเซลลูไลท์ เซลล์ไขมันในช่องพวกนี้จะขยายขึ้น ในขณะที่เนื้อเยื่อเกี่ยวพันไม่ขยายตาม ทำให้เบียดทั้งทางเดินน้ำเหลืองและระบบหมุนเวียนหลอดเลือดเล็กๆ ใต้ผิวหนัง จนการไหลเวียนของระบบเลือดบริเวณนั้นลดประสิทธิภาพลง เกิดการคั่งของน้ำเหลืองเป็นพังผืดดึงผิวด้านบนให้ย่นลงมาเป็นรอยบุ๋มเป็นช่วงๆ จึงเป็นที่มาของการเรียกเซลลูไลท์ว่า “ผิวเปลือกส้ม” 
          นอกจากเซลลูไลท์จะสร้างปัญหาด้านความงาม รบกวนจิตใจของคุณผู้หญิงแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดโรคจากการที่ร่างกายสะสมไขมันมากเกินไปด้วย เช่น ไขมันอุดตันในเส้นเลือด และหากการไหลเวียนของน้ำเหลืองมีประสิทธิภาพลดลง จะส่งผลกระทบต่อระบบการไหลเวียนของเส้นเลือดดำ ทำให้เกิดเส้นเลือดขอดและเท้าบวมตามมา ประมาณ 85 เปอร์เซ็นต์ ของผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 20 ปี มักเริ่มมีเซลลูไลท์และเมื่ออายุมากกว่า 50 จะมีผิวเซลลูไลท์ให้เห็นมากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับพันธุกรรม เชื้อชาติเผ่าพันธุ์ 
          ทีนี้เรามาดูประเภทของ “เซลลูไลท์” กัน…
          Hard Cellulite: พบได้บ่อยในผู้หญิงที่อายุน้อย (20-40 ปี) และมีการออกกำลังกายเป็นประจำ ลักษณะที่พบ คือ เมื่อบีบตามร่างกายจะเป็นก้อนแข็งเล็กๆ พบบ่อยบริเวณสะโพก และบั้นท้าย 
          Flaccid Cellulite: พบได้ในผู้หญิงอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย มีลักษณะเป็นก้อนไขมันนุ่มๆ มีการหย่อนคล้อย กล้ามเนื้ออ่อนเหลว พบบ่อยบริเวณท้องแขน คาง รอบเอว และหน้าท้อง
Edematous Cellulite: เกิดจากการไหลเวียนโลหิตไม่ดี มีการคั่งของน้ำเหลือง ทำให้ลักษณะเหมือนบวมน้ำ กดแล้วบุ๋ม พบบ่อยที่ต้นขา สะโพก พบว่าผิวหนังดูบอบบางเห็นเส้นเลือดและบวม 
          Mixed Cellulite: พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งในหนึ่งคนอาจพบเซลลูไลท์ทุกแบบ ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย
          พัฒนาการของ… เซลลูไลท์ตัวร้าย
          ระยะที่ 0: เป็นระยะที่เริ่มมีพังผืดเกิดขึ้น แต่ไม่มาก ไม่สามารถสังเกตได้ทั้งจากการยืน หรือการนอนจะไม่เห็นเป็นผิวเปลือกส้มแต่อย่างใด แต่เมื่อทดลองหยิบเนื้อบริเวณนั้นขึ้นมาจะปรากฏเป็นรอยบุ๋มเกิดขึ้น
          ระยะที่ 1: ยังไม่สามารถเห็นรอยบุ๋มได้เช่นเดียวกับระยะที่ 0 แต่เมื่อทดลองหยิบเนื้อขึ้นมาพบว่ามีรอยบุ๋มเพิ่มมากขึ้น
          ระยะที่ 2: สามารถเห็นรอยของเซลลูไลท์ได้ชัดเจนในขณะยืนโดยไม่จำเป็นต้องจับขึ้นมาดู แต่ในขณะนอนจะยังไม่สามารถเห็นได้
          ระยะที่ 3: ไม่ว่าจะยืนหรือนอนจะสามารถเห็นเป็นผิวเปลือกส้มได้ทั้งหมด เป็นระยะที่รักษายากที่สุดเพราะเกิดการสะสมของเซลลูไลท์มาในระยะเวลานานมาก
          ทั้งนี้ ระยะการก่อตัวของเซลลูไลท์จะขึ้นอยู่กับกิจกรรมของแต่ละบุคคล ประกอบกับการกินอาหาร เช่น คาร์โบไฮเดรท ไขมัน และน้ำตาลที่มากเกินไป เป็นต้น
          เทคนิคใหม่สลายเซลลูไลท์
          ปัจจุบันแม้เราจะยังไม่มีวิธีขจัดเซลลูไลท์ที่ได้ผล 100% แต่เทคโนโลยีใหม่ๆ ก็มีส่วนสำคัญในการสลายเซลลูไลท์ที่เห็นผลอย่างชัดเจน ซึ่งวิธีสลายเซลลูไลท์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ได้แก่… 
          เมโซเธอราปี (Mesotherapy)
          สลายไขมันเฉพาะส่วนด้วยการฉีดยาเข้าใต้ผิวหนังชั้นเมโซเดิร์ม (Mesoderm) ทำให้กระบวนการเกิดไขมันถูกขัดขวาง ทำให้ไขมันสลายตัวในที่สุด ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 8 - 10 ครั้ง ค่าใช้จ่ายครั้งละ 2,000 - 3,000 บาทขึ้นไป
          คาร์บ็อกซี เธอราปี (Carboxy Therapy, Carbondioxide Therapy) 
          สลายไขมันเฉพาะส่วน ด้วยการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เข้าสู่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังเพื่อสลายเซลลูไลท์ และไขมันทำให้เกิดกระบวนการเผาผลาญไขมันมากขึ้น และสลายเซลลูไลท์สลายตัวไปในที่สุด ขึ้นอยู่กับน้ำหนักและไขมันของผู้ต้องการลดเซลลูไลท์เป็นสำคัญ โดยเฉลี่ย ไม่เกิน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ค่าใช้จ่ายครั้งละประมาณ 3,000 ขึ้นไป
          การนวดด้วยเครื่องอัลตร้าซาวน์ (Ultrasonic Massage)          การนวดผิว ด้วยคลื่นอัลตร้าซาวน์ (Ultrasound) โดยทายาสลายไขมันไว้ตามร่างกายส่วนที่ต้องการลดและใช้เครื่องนวดไปตามบริเวณนั้นๆ เพื่อให้ยาซึมลงไปใต้ผิวหนังได้ลึกขึ้นและช่วยสลายเซลลูไลท์ ขึ้นอยู่กับน้ำหนักและเซลลูไลท์ที่ต้องการลดค่าใช้จ่าย แล้วแต่สถานบริการ มีตั้งแต่ 1,000-3,000 บาทขึ้นไป

          การนวดแบบเอนเดอร์โมโลยี (Endermologie) 
          การนวดกำจัดเซลลูไลท์เฉพาะส่วน ด้วยเครื่องสูญญากาศ โดยส่วนหัวของเครื่องจะมีท่อสุญญากาศอยู่ตรงกลางและด้านข้างเป็นลูกกลิ้งคู่ขนาน เมื่อต้องการใช้งาน ท่อสุญญากาศจะทำหน้าที่ดูดผิวบริเวณที่ต้องการขึ้นมา และลูกกลิ้งด้านข้างจะทำหน้าที่นวดเนื้อบริเวณนั้น ทำติดต่อกัน 14 ครั้ง โดย 7 ครั้งแรก ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และลดลงเหลือสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือตามแต่ผู้เชี่ยวชาญจะวินิจฉัย ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับสถานบริการ ครั้งละประมาณ 2,000 - 5,000 บาทขึ้นไป
          การออกกำลังด้วยเครื่องโฮบอดี้ ไวเบรชั่น (Whole body Vibration Exercise)          เป็นเสมือนการออกกำลังกาย หลักการทำงานคือเมื่อยืนอยู่บนเครื่องไวเบชั่น เครื่องจะเกิดการสั่นสะเทือนทำให้ร่างกายสั่นสะเทือนตามให้ผลเหมือนการนวดตัว และสลายเซลลูไลท์ในเวลาเดียวกัน ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ใช้เวลาประมาณ 10 - 20 นาทีตามขนาดของร่างกายและปริมาณไขมัน ครั้งละ 500 บาท

          อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีต่างๆ ที่ช่วยสลายไขมันนี้สามารถคงทนอยู่ประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี การออกกำลังกาย และการควบคุมอาหารจึงเป็นวิธีที่ช่วยให้เซลลูไลท์ก่อตัวช้าขึ้น นอกจากนี้ การตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีเพื่อลดเซลลูไลท์ ควรได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ประจำสถาบันต่างๆ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์หรือวิธีการที่มีความเหมาะสมมากที่สุด เพราะผู้ที่มีน้ำหนักมากหรือมีโรคประจำตัวบางประเภทอาจไม่เหมาะสมกับบางวิธี หรือบางคนอาจต้องใช้หลายๆ วิธีประกอบกัน 
          และวันนี้ เราก็มีวิธีการนวดสลายเซลลูไลท์ด้วยตนเอง แบบง่ายๆ มาฝากคุณสาวๆ กันด้วยค่ะ
          บริเวณหน้าท้อง
          • บีบเนื้อครีมบริเวณหน้าท้องประมาณ 8 - 9 เซนติเมตร
          • ลูบไล้เนื้อครีมโดยการวางมือทั้งสองบนหน้าท้อง หมุนวนเป็นเกลียวตามเข็มนาฬิกา เริ่มจากสะโพกวนเข้ายังสะดือ 
          • นวดต่อจากบริเวณสะดือ โดยนวดหมุนวนขึ้นสู่หัวใจบริเวณใต้ทรวงอก เพื่อช่วยขับของเสีย และยกกระชับกล้ามเนื้อให้เต่งตึงขึ้น
          บริเวณสะโพก
          • บีบเนื้อครีมบริเวณหน้าท้องประมาณ 9 - 10 เซนติเมตร วางมือทั้ง 2 ข้าง ลงบนสะโพกส่วนล่างทั้งซ้ายและขวา นวดกดคลึงหมุนวนตามเข็มนาฬิกา โดยนวดวนขึ้นสู่สะโพกส่วนบนเข้าสู่หัวใจ  
          บริเวณต้นขา 
          • บีบเนื้อครีมบริเวณท้องต้นขาประมาณ 5 - 6 เซนติเมตร โดยยกขาให้ตั้งฉากกับลำตัว จากนั้นนวดไล่หมุนวนขึ้น  
          บริเวณก้น
          • บีบเนื้อครีมบริเวณก้นประมาณ 9 - 10 เซนติเมตร จากนั้นนวดวนขึ้นสู่หัวใจ โดยไล่ยกขึ้นมาทางสะโพก  

ขอบคุณ Kapook.com

เทรนด์สีผมปี 2011



          อัพเดทเทรนด์สีผมต้อนรับปี 2011 ที่กำลังจะมาถึง ด้วยโทนสีน้ำตาลแบบธรรมชาติ ที่มีให้เลือกกันอยู่หลายเฉดเลยทีเดียว ขอบอกว่าปีหน้าสีน้ำตาลนี่แหละ อินเทรนด์ไม่ตกยุคแน่นอน ถึงแม้จะไม่ใช่สีสันที่ดู จัดจ้าน แต่สีน้ำตาลก็ยังคงได้รับความนิยมเสมอมา เนื่องจากเป็นโทนสีธรรมชาติ ที่สามารถแมทช์เข้ากับกระแสแฟชั่นที่วนซ้ำไปซ้ำมาได้แทบทุกเทรนด์ แถมยังเหมาะกับสาวไทยเป็นที่สุดเชียวละ ถ้าไม่อยากเอ้าท์ ลองมาอัพเดทเทรนด์สีผมไปพร้อมกันได้เลยค่ะ
    คาราเมล
        คาราเมล เป็นสีน้ำตาลเฉดอ่อนที่ผสมประกายสีทองเข้าไป เพิ่มเสน่ห์ให้สาวสวยดูน่าหลงใหล ไม่ว่าจะเป็นผมสั้นหรือผมยาวก็เก๋ไก๋ไม่เบา ลองสลัดภาพสาวผมบรอนซ์ออกไปก่อน แล้วเปลี่ยนเป็นสีคาราเมลดูบ้าง เชื่อมั้ยละว่า สวยแปลกตาจนทุกคนต้องเหลียวมอง

โทนสีน้ำตาลคาราเมล นับว่าเป็นสียอดฮิตที่กำลังมาแรง และคาดว่าจะฮอตต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า สีน้ำตาลทำให้ใบหน้าดูสวยสดใส ผสมกับประกายสีทอง ยิ่งทำให้ใบหน้าดูบริ๊ง ถึงเวลาสาวไทยยิ้มออกแล้วละ เพราะสีคาราเมลนั้นช่างเหมาะเจาะกับสาวผิวสองสีไปจนถึงผิวคล้ำ แถมยังขับให้ผิวให้ดูสว่างกระจ่างใสขึ้นได้มากทีเดียว

     กาแฟ
         กาแฟ นับเป็นสีน้ำตาลเฉดเข้มที่หลายคนคุ้นเคย โทนสีอบอุ่นสำหรับสาวหวาน เรียบหรูดูคลาสสิกไปกับสีน้ำตาลแบบธรรมชาติ เสน่ห์ความหอมกรุ่นของกลิ่นอายของกาแฟ สะท้อนความหอมหวานที่ซ่อนอยู่ในตัวสาวๆ ออกมาได้เป็นอย่างดี ต้องยอมรับว่าลุคสาวหวานอ่อนโยนนั้นไม่เคยตกยุคตกสมัยเลยทีเดียว

        โทนน้ำตาลไม่ว่าเฉดไหนก็ดูเข้ากับสาวไทยได้เป็นอย่างดี และที่แน่นอนคือ สีกาแฟ ที่ไม่ตัดกับสีผิวจนเกินไป สวยใสแบบธรรมชาติ แต่หากเป็นสีน้ำตาลเข้มอย่างเดียวอาจจะทำให้ลุคดูเคร่งครึม ลองใช้วิธีการดัดลอนเข้ามาช่วย เพิ่มความพลิ้วไหวให้ดูอ่อนโยน น่ารักไม่เบาเลยละ

         Fun Trick             อย่าปล่อยให้เฉดสีน้ำตาลดูเชยซ้ำซาก หาลูกเล่นมาเสริมเพิ่มความโดดเด่นให้กับทรงผม ด้วยการซอยเล่นระดับให้แปลกแตกต่างไปจากเดิมสักนิด แต่หากเสียดายผมที่ไว้มานานแสนนาน ไม่อยากซอยออก ลองทำไฮไลท์เพิ่มเข้าดูซิค่ะ เลือกเฉดสีทองประกายเข้าไปให้สีสะดุดตา หรือจะทำโลว์ไลท์ให้ดูกลมกลืนแบบมีมิติก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด รับรองสวยเลิศไม่แพ้ใครเลยค่ะ

        Beauty Tips
            หลังการทำสีต้องหมั่นบำรุงรักษาสภาพเส้นผมด้วยนะ ที่สำคัญต้องเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมสำหรับผมทำสี เพราะจะทำให้เม็ดสีไม่ผิดเพี้ยน แถมยังเป็นสูตร ที่ช่วยบำรุงเส้นผมของคุณได้ล้ำลึกกว่าผลิตภัณฑ์ทั่วไป จากนั้นเสริมด้วยการทำแว๊กซ์เข้าไปอีกนิด เพิ่มความเงางามแก่เส้นผมและทำให้สีสันคงความสวยสะดุดตา อย่าลืมนำเคล็ดลับดีดีอย่างนี้ไปใช้กันนะคะ

ที่มา Woman's Story

Facebook Twitter Delicious Digg Stumbleupon Favorites More